ถ้าพูดถึงพระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝากที่จะใช้ในวันที่ 11 สิงหาคมนี้ ตัวกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ฟังผ่านๆอาจเป็นเรื่องดี แต่เมื่อกฎหมายมีผลเต็มที่ใน 5 ปีข้างหน้า เงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเต็มที่คือ คนละ 1 ล้านบาทเมื่อธนาคารหรือสถาบันการเงินล้ม มาจากแนวคิดดั่งเดิมว่ามาธนาคารล้มได้ และธนาคารแห่งประเทศไทยก็เชื่อตามนั้น จึงมีการออกกฎหมายคุ้มครองเงินฝากออกมา การันตีว่าธนาคารล้มได้

แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ กระทรวงการคลังและแบงก์ชาติกลับไม่มีมาตรการรองรับเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนผู้ฝากเงิน เช่น การจัดอันดับความมั่นคงของธนาคารและสถาบันการเงิน หรือการเปิดเผยข้อมูลต่างๆรวมไปถึงการดูแล ผู้บริหารสถาบันการเงิน โดยปล่อยให้ประชาชน "เสี่ยง" ไปตามยถากรรมเหมือนเดิม

เมื่อเป็นเช่นนี้ พระราชบัญญัติคุ้มครองเงินฝากที่ออกมาจึงมีผลเสียมากกว่าผลดีโดยเฉพาะธนาคารขนาดเล็ก หรือธนาคารเฉพาะกิจ ที่แบงก์ชาติให้ใบอนุญาตประกอบกิจการ จะมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เพราะจะมีแต่รายย่อยฝากเงินและฝากระยะสั้น รายใหญ่ที่ฝากยาวไม่มีใครกล้าเสียงเอาเงินไปฝากด้วย
ทำให้เกิดผลกระทบขาดความน่าเชื่อถือและสิ่งที่ตามมาก็คงเป็นคล้ายกรณีห้างdiscount  store โช่วห่วยคงตายกันหมด หลังจากนั้นอนาคตเงินคุณก็คง...

ผมอยากให้กระทรวงการคลังและแบงก์ชาติลองกลับไปทบทวนใหม่อีกครั้ง วันนี้ตลาดเงินโลกเปลี่ยนวิธีคิดใหม่และเราควรจะตามให้ทัน หากยังคิดไม่ออก ก็ควรจะหาทาง "เลื่อน" การใช้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากฉบับนี้ออกไปก่อน หรือนำไปปรับปรุงใหม่ให้สอดคล้องกับโลกอนาคต เพราะเงิน 1 ล้านบาท อีก10 ปีข้างหน้า คิดแค่เงินเฟ้อ 5% ก็เหลือค่าแค่ 500,000 บาทแล้ว

 

Source การเงินการธนาคาร

by Start Stock

edit @ 16 Jun 2008 17:50:44 by Start Stock

edit @ 17 Jun 2008 02:14:42 by Start Stock